เปิดโปงธุรกิจอาหารเสริมข้ามชาติ: กำไร 20 เท่าจากแบรนด์ปลอม และ 3 ช่องทางที่คนธรรมดาเข้าไปทำเงินได้

คืนที่ข่าว “แบรนด์อาหารเสริมออสเตรเลียปลอม” ถูกเปิดโปง คนทำธุรกิจอาหารเสริมข้ามชาติหลายคนนอนไม่หลับ

แบรนด์นี้อ้างว่านำเข้าจากเมลเบิร์น ผลิตภัณฑ์ลูทีนบำรุงสายตาจ้างดาราดังหลายคนเป็นพรีเซนเตอร์ ขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในชื่อ “ร้านค้าต่างประเทศอย่างเป็นทางการ” สินค้าแสดงว่าส่งจากคลังสินค้าทัณฑ์บนที่กว่างโจว (คลังสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากร สินค้าถูกส่งเข้ามาในประเทศก่อนแล้วค่อยจัดส่งให้ผู้บริโภค) พอนักข่าวสืบดู โรงงานผลิตจริงอยู่ที่อันฮุย บริษัทรับจ้างผลิตชื่อ Xianle Health Technology (Anhui) Co., Ltd. ที่อยู่จดทะเบียนในต่างประเทศยิ่ง离谱 เป็นอู่ซ่อมรถในเมลเบิร์น กว่างโจวเป็นแค่ที่ตั้งบริษัทดำเนินงานในจีน

แพลตฟอร์มร้องเรียนหลายแห่งมีคำร้องเรียนพุ่งเข้ามาวันเดียว จำนวนเงินตั้งแต่หลักสิบถึงหลักพันบาท ผู้บริโภคเรียกร้อง “คืนเงินหนึ่งจ่ายสาม” ร้านค้าออนไลน์ที่เกี่ยวข้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ช่องทางการเรียกร้องสิทธิแทบถูกปิดตาย

แต่ถ้าคุณมองข่าวนี้เป็นแค่ “แบรนด์ปลอมเจ๊งอีกราย” คุณจะพลาดสิ่งที่มีค่าจริงๆ

แบรนด์นี้ไม่ใช่กรณีเดี่ยว มันคือยอดภูเขาน้ำแข็งของระบบธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ ระบบนี้ทำงานมาอย่างน้อยห้าปี เลี้ยงคนจำนวนมาก ทั้งเจ้าของแบรนด์ โรงงานรับจ้างผลิต ผู้ให้บริการคลังสินค้าทัณฑ์บน อินฟลูเอนเซอร์ และมืออาชีพด้านการยิงโฆษณา วันนี้ผมจะผ่าระบบนี้ให้ดู แล้วบอกคุณว่า เมื่อระบบเริ่มสั่นคลอน คนธรรมดาจะเข้าไปตรงไหนได้

ทำไมยิ่งจีนคุมเข้ม อาหารเสริมข้ามชาติยิ่งทำกำไรมหาศาล

จีนเป็นหนึ่งในตลาดที่คุมอาหารเสริมเข้มงวดที่สุดในโลก ไม่ใช่เพราะขี้ขลาด แต่เพราะโดนหลอกจนเข็ดในยุค 90

ไท่หยางเสินคือกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงปี 1995 เป็นบริษัทอาหารเสริมรายแรกของจีนที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ รายได้ต่อปีพุ่งถึง 1,300 ล้านหยวน จากนั้นกระจายธุรกิจ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ เครื่องสำอาง คอมพิวเตอร์ การค้าชายแดน โรงแรม เปิดโปรเจกต์ 20 โครงการในปีเดียว ปี 1996 ขาดทุน 11 ล้านหยวน ปี 1997 ขาดทุน 159 ล้านหยวน ราคาหุ้นดิ่งเหลือ 0.09 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น จากจุดสูงสุดสู่การล่มสลาย ใช้เวลาสี่ห้าปี

อี้ลี่เสิน ไท่หยางเสิน พวกนี้ทำให้อาหารเสริมกลายเป็นธุรกิจขายตรงเถื่อน หลอกเกษตรกรเสียหายหลายหมื่นล้าน สุดท้ายหน่วยงานกำกับดูแลต้องลงมาจัดการ ราคาที่ต้องจ่ายคือ ส่วนผสมใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่จากทั่วโลก จีนเป็นตลาดสุดท้ายที่ได้ใช้เสมอ ส่วนผสมเดียวกัน ปริมาณที่จีนอนุมัติต่ำกว่าต่างประเทศเสมอ ถ้าอยากได้ปริมาณเท่ากัน อาจต้องกินสิบเม็ดถึงจะเท่าเขาหนึ่งเม็ด

ยิ่งคุมเข้ม วิวข้างกำแพงยิ่งมีค่า นี่คือตรรกะพื้นฐานของระบบเก็งกำไรอาหารเสริมข้ามชาติทั้งหมด

โควตาคลังสินค้าทัณฑ์บน: ตั้งใจกันความเสี่ยง แต่กลายเป็นโล่ป้องกันแบรนด์ปลอม

ความต้องการห้ามไม่ได้ หน่วยงานกำกับดูแลเลยเปิดหน้าต่างบานหนึ่ง คลังสินค้าทัณฑ์บนอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน อธิบายง่ายๆ สินค้าถูกส่งเข้ามาเก็บในคลังภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากรก่อน พอผู้บริโภคสั่งซื้อ ค่อยส่งออกจากคลัง ดูเหมือนสั่งจากต่างประเทศ แต่จริงๆ ส่งจากในประเทศ

ผู้บริโภคซื้อสินค้าต่างประเทศผ่านคลังสินค้าทัณฑ์บน มีโควตาส่วนบุคคลปีละ 26,000 หยวน ต่อครั้งไม่เกิน 5,000 หยวน โควตานี้ไม่ใช่แพลตฟอร์มกำหนดเอง อ้างอิงประกาศฉบับที่ 194 ปี 2018 ของกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร และกรมสรรพากร สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ภาษีรวมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (ภาษีนำเข้าลด 30%) = ภาษีศุลกากร 0% + ภาษีมูลค่าเพิ่ม × 70% + ภาษีสรรพสามิต × 70% ตัวอย่าง ราคาสินค้า 100 หยวน ภาษีมูลค่าเพิ่ม 13% ภาษี = 100 × 13% × 70% = 9.1 หยวน นี่คือที่มาของ “อัตราภาษีสินค้าข้ามพรมแดน 9.1%” ตรวจสอบโควตาส่วนบุคคลได้ที่ระบบรวมการนำเข้าปลีกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของกรมศุลกากร หรือแพลตฟอร์มบริการสาธารณะอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของแต่ละท้องที่

โควตานี้ออกแบบมาเพื่อกันความเสี่ยง ควบคุมขนาดการบริโภคข้ามพรมแดน แต่ในทางปฏิบัติ มันกลายเป็นโล่ป้องกันที่สมบูรณ์แบบของ “แบรนด์ปลอม”

ตรรกะง่ายมาก: หัวใจของระบบคลังสินค้าทัณฑ์บนคือ “การจับคู่สามเอกสาร” ข้อมูลใบสั่งซื้อ ใบชำระเงิน และใบขนส่ง ต้องตรงกัน ศุลกากรถึงปล่อยสินค้า สิ่งที่ศุลกากรลงทะเบียนคือบริษัทและสินค้า ไม่ใช่เรื่องราวของแบรนด์ ขอแค่คุณจดทะเบียนแบรนด์ในต่างประเทศ จ้างโรงงานในจีนผลิต ขนสินค้าเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วส่งออกจากคลังในนาม “นำเข้าข้ามพรมแดน” ทั้งห่วงโซ่ถูกกฎหมายในระดับศุลกากรโดยสมบูรณ์

การปลอมแปลงแหล่งผลิตอยู่ได้นาน ก็เพราะระบบนี้ตรวจสอบแค่ว่า “สินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน” ไม่ได้ตรวจสอบว่า “สินค้ามาจากไหน” บรรจุภัณฑ์ของแบรนด์นี้ไม่มีเครื่องหมาย “หมวกสีน้ำเงิน” (เครื่องหมายรับรองอย่างเป็นทางการของอาหารเสริมในจีน ถ้าไม่มีก็ขายเป็นอาหารเสริมในประเทศไม่ได้) แต่กลับโฆษณาและขายในนามอาหารเสริม ในบริบทข้ามพรมแดน เครื่องมือกำกับดูแลมีจำกัดมาก

คณิตศาสตร์ของกำไร 20 เท่า: สินค้าจีนสู้ป้าย “นำเข้าของแท้” ไม่ได้

ความน่ากลัวของอุตสาหกรรมการผลิตจีนคือ ส่วนผสมใหม่ใดๆ ดังในต่างประเทศ ไม่เกินสองปี จีนจะกลายเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ต้นทุนถูกจนแทบไม่เหลือ

แต่วัตถุดิบพวกนี้ขายเป็นอาหารเสริมในประเทศไม่ได้ ต้องส่งออกเท่านั้น เลยเกิดสถานการณ์ไร้สาระ: ส่วนผสมเดียวกัน สูตรเดียวกัน ขอแค่ห่อด้วยเปลือกข้ามพรมแดน ราคาขายแพงกว่าของในประเทศ 3 ถึง 20 เท่า

สินค้าธรรมดาขวดละ 20 หยวน ติดป้าย “นำเข้าจากออสเตรเลีย” ขายบน TikTok ราคา 300 กว่าหยวน แกะโครงสร้างต้นทุนดู: ต้นทุนสินค้าไม่ถึง 10% ค่าการตลาด 50% ถึง 80% ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 10% ถึง 20% กำไรของเจ้าของแบรนด์เหลือประมาณ 10%

นี่หมายความว่าอะไร โรงงานจีนผลิตวัตถุดิบด้วยต้นทุนต่ำที่สุดในโลก ส่งออกไปต่างประเทศวน一圈 แล้วขายกลับมาให้ผู้บริโภคจีนในฐานะ “สินค้านำเข้า” ราคาแพงขึ้น 20 เท่า เงินส่วนต่างใครได้ไป ไม่ใช่โรงงาน ไม่ใช่เจ้าของแบรนด์ แต่เป็นช่องทางขาย

ความจริงของระบบค่าคอม TikTok: ทำไมเจ้าของแบรนด์ยอมขาดทุนยังต้องเข้าห้องไลฟ์อินฟลูเอนเซอร์

ก่อนปี 2023 อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ได้流量ธรรมชาติจากแพลตฟอร์ม เพื่อแย่งช่องทางขาย ค่าคอมอาหารเสริมเริ่มที่ 50% ตามข้อมูลวงใน ตัวเลขสูงสุดที่มีหลักฐานคือ 80% นักโภชนาการกู้จงอี้เขียนบนเวยปั๋วว่า “พูดถึงอาหารเสริม โดยทั่วไปต้นทุนวัตถุดิบถูกมาก 90% ขึ้นไปคือต้นทุนช่องทาง”

ค่าคอม 80% คืออะไร ทุก 100 บาทที่ขายได้ 80 บาทเข้ากระเป๋าอินฟลูเอนเซอร์หรือเอเจนซี่ เจ้าของแบรนด์ได้ 20 บาท ยังต้องครอบคลุมต้นทุนสินค้า โลจิสติกส์ บริการหลังการขาย ธุรกิจนี้ในตรรกะปกติไม่มีทางเป็นไปได้

แต่เจ้าของแบรนด์คิดอีกแบบ: ไม่เข้าห้องอินฟลูเอนเซอร์ ก็ไม่มียอดขาย ไม่มียอดขาย ก็ไม่มีน้ำหนักร้าน ไม่มีน้ำหนักร้าน ก็ไม่มี流量ธรรมชาติ เข้าห้องอินฟลูเอนเซอร์แม้ขาดทุน สิ่งที่ได้คือยอดขายพื้นฐานของร้านและอันดับการค้นหา 流量ธรรมชาติและลูกค้าซ้ำที่ตามมาต่างหากคือกำไร

หลังปี 2023 อินฟลูเอนเซอร์ก็ต้องยิงโฆษณาเอง แพลตฟอร์มกลายเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่สุดในห่วงโซ่ กำไรของเจ้าของแบรนด์ถูกบีบเหลือประมาณ 10% อินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ระดับท็อปมีค่าคอมสูงสุดที่มีหลักฐานประมาณ 70% เมื่อเจ้าของแบรนด์ยอมสละกำไรส่วนใหญ่ให้ช่องทาง แก่นของธุรกิจนี้ไม่ใช่การขายของแล้ว แต่คือการซื้อ流量

สามจุดที่ระบบเริ่มร้าว: คนธรรมดาทำอะไรได้ตอนนี้

พูดง่ายๆ ตอนนี้มีสามช่องทางทำเงิน: หนึ่ง ทำคอนเทนต์แฉแบรนด์ปลอมกิน流量 สอง ขายวัตถุดิบราคาถูกจากจีนตรงให้คนจีนโพ้นทะเล สาม รับจ้างวิ่งเอกสารคลังสินค้าทัณฑ์บนให้แบรนด์ คิดค่าบริการ

สามอย่างนี้อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด ถ้าทำ TikTok หรือ Lemon8 อยู่แล้ว บัญชีแฉแบรนด์ปลอมใช้บัญชีเดิมได้เลย มีญาติหรือเพื่อนในต่างประเทศ รีเวิร์สเดาซื้อของฝากเริ่มได้โดยไม่ต้องลงทุน เคยทำการค้าต่างประเทศหรือซัพพลายเชน ตัวกลางคลังสินค้าทัณฑ์บนคือทักษะเดิมที่เอามาทำเงินได้ทันที

หลังข่าวถูกเปิดโปง ระบบนี้กำลังผ่านการล้างบาง แพลตฟอร์มเรียกคุย ร้านค้าปิดตัว ผู้บริโภคเรียกร้องสิทธิ พื้นที่ของแบรนด์ปลอมกำลังแคบลง แต่การล้างบางไม่ใช่จุดจบ มันหมายถึง玩法เก่าใช้ไม่ได้ และจุดเข้าใหม่กำลังเปิด

จุดแรก: ทำบัญชีคอนเทนต์ “แฉของปลอม” กิน流量ฟรี

流量การค้นหาจากข่าวนี้มหาศาล คำค้น “อาหารเสริมออสเตรเลียปลอม” “อาหารเสริมข้ามชาติ” “แบรนด์ปลอม” พุ่งกระฉูดหลังเหตุการณ์ ทำบัญชีที่专门ผ่าระบบอาหารเสริมข้ามชาติ ใช้ข้อเท็จจริงและเคสจริงทำคอนเทนต์ บน TikTok, Lemon8, Bilibili กิน流量นี้ได้หมด

เส้นทางทำเงินไม่ใช่รับโฆษณา แต่ดึงคนเข้า private domain เพื่อแนะนำสินค้าจริง เมื่อผู้บริโภคถูกแบรนด์ปลอมสอนบทเรียนไปแล้ว ความต้องการข้อมูล “แหล่งผลิตจริง” “ส่วนผสมจริง” “ราคาจริง” คือความต้องการแข็ง ใครให้ข้อมูลเลือกซื้อที่น่าเชื่อถือได้ ใครสะสมสินทรัพย์ความไว้วางใจได้

ลองคำนวณคร่าวๆ: วิดีโอหนึ่งตัวที่แฉแบรนด์ปลอมแบบหมดเปลือก ดึงคนเข้า private domain 500 คน แปลงเป็นลูกค้า 10% ราคาเฉลี่ยต่อออเดอร์ 200 บาท กำไรขั้นต้น 50% กำไรต่อวิดีโอประมาณ 5,000 บาท ต่อให้ไม่爆 ก็ไม่เป็นไร การทำคอนเทนต์ต่อเนื่องคือการสะสมสินทรัพย์ความไว้วางใจ

เริ่มได้บ่ายนี้เลย: ใช้บัญชีเดิมค้นสามคำ “อาหารเสริมออสเตรเลียปลอม” “อาหารเสริมข้ามชาติ” “แบรนด์ปลอม” ดูคอมเมนต์ว่ามีคนด่า คนถาม คนหาสินค้าทดแทนมากแค่ไหน แล้วแกะโครงสร้างเปิดและโครงสร้างของวิดีโอ爆สองตัว 流量อยู่ตรงนั้นแล้ว

จุดที่สอง: ทำ “รีเวิร์สเดาซื้อของฝาก” ขายสินค้าระดับวัตถุดิบจากโรงงานจีนตรงให้คนจีนโพ้นทะเล

จีนเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารเสริมรายใหญ่ที่สุดของโลก “แบรนด์ออสเตรเลีย” หลายแบรนด์ วัตถุดิบก็มาจากโรงงานจีน คนจีนโพ้นทะเลมีความต้องการอาหารเสริมจริง แต่ “แบรนด์ออสเตรเลีย” ที่เขาซื้อ ราคาแพงมหาศาล ถ้าคุณเชื่อมต่อกับโรงงานรับจ้างผลิตคุณภาพดีในจีนได้ ขายในชื่อแบรนด์ตัวเองหรือ white label ผ่าน Shopify หรือ TikTok Shop ให้ตลาดคนจีนโพ้นทะเล ราคาทำได้แค่ 1/3 ถึง 1/5 ของแบรนด์ท้องถิ่น กำไรยังเหลือเยอะ

หัวใจของโมเดลนี้คือความโปร่งใสของซัพพลายเชน คุณไม่ต้องแกล้งเป็นแบรนด์ออสเตรเลีย แค่บอกผู้ซื้อว่า วัตถุดิบมาจากโรงงานรับจ้างผลิตระดับท็อปของจีน สูตรเปิดเผย ราคาโปร่งใส ในบริบทที่แบรนด์ปลอมเจ๊ง “ความซื่อสัตย์” คือจุดขายที่หายาก

โมเดลเล็กสุดที่เริ่มได้ ประเมินจากราคาเฉลี่ยต่อออเดอร์ 200 บาท:

  • แบบ保守: ต้นทุนสินค้า 40 บาท + ค่าส่งระหว่างประเทศ 50 บาท + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มประมาณ 30 บาท + ค่าแพ็กเกจเบ็ดเตล็ด 10 บาท = ต้นทุน 130 บาท กำไรสุทธิ 70 บาท อัตรากำไรสุทธิประมาณ 35%
  • แบบ乐观: ราคาเฉลี่ย 300 บาท ต่อรองค่าส่งเหลือ 35 บาท กำไรสุทธิ 140 บาทขึ้นไป อัตรากำไรสุทธิประมาณ 45%

ไม่ต้องสต็อกสินค้าก่อน มีญาติหรือเพื่อนในต่างประเทศ ส่งไปลองสองออเดอร์ก่อน ดูว่าซื้อซ้ำไหม ค่อยขยาย ขั้นแรกที่ทำได้วันนี้: เขียนรายชื่อคนจีนโพ้นทะเลที่รู้จัก 3 คน ถามว่าช่วงนี้ซื้ออาหารเสริมอะไร ราคาท้องถิ่นเท่าไหร่

จุดที่สาม: ทำธุรกิจตัวกลางบริการซัพพลายเชนคลังสินค้าทัณฑ์บน

หลังการล้างบางอาหารเสริมข้ามชาติ ความต้องการคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ถูกกฎหมายไม่ลดแต่เพิ่ม แบรนด์เล็กกลางจำนวนมากต้องจัดระบบซัพพลายเชนใหม่ ตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทต่างประเทศ เชื่อมต่อโรงงานรับจ้างผลิต เข้าคลังสินค้าทัณฑ์บน ไปจนถึงกระบวนการจับคู่สามเอกสาร ทุกจุดมีช่องว่างข้อมูล

ถ้าคุณวิ่งกระบวนการนี้จนคล่อง ไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง แค่ทำหน้าที่จับคู่ข้อมูลและบริการ แบรนด์หนึ่งจากศูนย์จนส่งจากคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ ค่าบริการ 3,000 ถึง 10,000 บาท ด้านต้นทุนต้องแยกดู: จดทะเบียนบริษัทต่างประเทศประมาณ 3,000 ถึง 8,000 บาท การเชื่อมต่อโรงงานรับจ้างผลิตใช้เวลาเป็นหลัก การเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนและเชื่อมต่อผู้ให้บริการอาจเสียค่าลองผิดลองถูกหลักพันถึงหมื่นกว่าบาท พอวิ่งคล่องแล้ว ต้นทุนส่วนเพิ่มแทบเหลือแค่เวลาคุยงาน รับลูกค้าเดือนละสองสามราย หักต้นทุนหาลูกค้า กำไรสุทธิส่วนใหญ่เก็บได้

ขั้นแรกที่ทำได้วันนี้: ไปที่กรมศุลกากรหรือแพลตฟอร์มบริการสาธารณะอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของท้องที่ หาข้อมูลการจดทะเบียนและราคาของผู้ให้บริการคลังสินค้าทัณฑ์บนหนึ่งราย ข้อความนโยบายต้นฉบับอยู่ในประกาศฉบับที่ 194 ปี 2018 ต่อครั้ง 5,000 ต่อปี 26,000 ภาษีรวมคิดตาม 70% ของภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร 0 ชั่วคราว ช่องว่างข้อมูลกว้างแค่ไหน ลองขอใบเสนอราคาครั้งเดียวก็รู้

จุดจบของธุรกิจนี้: ความไว้วางใจมีค่ากว่าป้าย

แก่นของระบบแบรนด์ปลอมคือการใช้ช่องว่างข้อมูลสร้างกำไรส่วนเกิน ปลอมแหล่งผลิต ปลอมที่อยู่จดทะเบียน โกงปริมาณส่วนผสม ทุกจุดกัดกร่อนความไว้วางใจของผู้บริโภค ข่าวที่ถูกเปิดโปงแค่เร่งกระบวนการพังทลายของความไว้วางใจ

แต่ความต้องการไม่ได้หายไป คนจีนต้องการอาหารเสริมมากขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการ “กินให้ถึงปริมาณ” แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ระบบเก่าหาเงินจากป้าย “นำเข้าของแท้” ระบบใหม่หาเงินได้จาก “ความจริงและความโปร่งใส” เท่านั้น

ใครสร้างความไว้วางใจด้วยต้นทุนต่ำกว่า ใครได้ตั๋วเข้ารอบต่อไป ความไว้วางใจนี้ไม่ต้องใช้ดาราดัง ไม่ต้องใช้包装 “ร้านค้าต่างประเทศอย่างเป็นทางการ” แค่ทำอย่างเดียว: เปิดแหล่งผลิต ส่วนผสม ราคา ให้ผู้บริโภคเห็น

ไท่หยางเสินพิสูจน์ด้วยรายได้ 1,300 ล้านหยวนว่าความต้องการอาหารเสริมมีจริง แบรนด์ปลอมพิสูจน์ด้วยกำไร 20 เท่าว่าการเก็งกำไรจากช่องว่างข้อมูลทำเงินได้มหาศาล ตอนนี้หน่วยงานกำกับดูแลและ舆论กำลังลบช่องว่างข้อมูล ระหว่างที่ลบ มีคนจำนวนมากต้องเลือกสินค้าใหม่ หาช่องทางใหม่ สร้างซัพพลายเชนใหม่ “การเริ่มใหม่” เหล่านี้ เต็มไปด้วยโอกาสของคนธรรมดา

สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้ไม่ใช่ถอนหายใจ “แบรนด์ปลอมเจ๊งอีกราย” แต่ถามตัวเองว่า เมื่อผู้บริโภคเริ่มโหวตด้วยเท้า คุณยืนอยู่ฝั่งไหน

สามสิ่งที่ทำได้วันนี้ ตรงกับสามจุด:

  1. ค้น “อาหารเสริมออสเตรเลียปลอม” “แบรนด์ปลอม” ดูปริมาณการค้นหาและคอมเมนต์ ตัดสินว่าบัญชีแฉของปลอมมี流量ไหม
  2. เขียนรายชื่อคนจีนโพ้นทะเลที่รู้จัก 3 คน ถามราคาอาหารเสริมท้องถิ่น ตัดสินว่ารีเวิร์สเดาซื้อของฝากมีความต้องการไหม
  3. หาใบเสนอราคาของผู้ให้บริการคลังสินค้าทัณฑ์บนหนึ่งราย ตัดสินว่าธุรกิจตัวกลางมีช่องว่างข้อมูลกว้างแค่ไหน

ยืนฝั่งไหน สามอย่างนี้ทดสอบได้เลย

หมายเหตุ: โพสต์ต้นฉบับอ้างว่าแบรนด์บิวตี้หนึ่งจ่ายค่าคอม 100% ให้อินฟลูเอนเซอร์ระดับท็อป หลังตรวจสอบอิสระ ตัวเลขสูงสุดที่มีหลักฐานประมาณ 70% ตัวเลข 100% ไม่มีหลักฐานสาธารณะ เนื้อหาใช้เฉพาะตัวเลข 70% ที่มีหลักฐาน